hyperpigment
ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
ขายส่งเจลทรีทเมนท์,เจลไอออนโต,ขายส่งเจลสปาหน้า,เจลไอออนโต,เจลRF,เจลนวดหน้า
dot
dot
จำนวน : 0 ชิ้น
ราคา : 0.00
bullet ดูสินค้า
bullet ชำระเงิน




hyperpigment

 

 


ฝ้าคืออะไร? วิธีป้องกันฝ้าอย่างไรฝ้า
ฝ้าคือการเปลี่ยนสีผิวที่มีสีคล้ำกว่าผิวปกติ เป็นแผ่นกว้างฝ้าเป็นกันมากเป็นรอยแต้มสีน้ำตาล 
เกือบทั้งหมดพบเห็นใน ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์มากกว่าผู้ชาย 


ลักษณะของฝ้า
อาการ ตำแหน่งที่พบฝ้าได้บ่อย ได้แก่ บริเวณใบหน้าที่มีโอกาสสัมผัสกับแสงแดดมากๆ
เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก จมูก เหนือคิ้ว และบริเวณเหนือริมฝีปาก ซึ่งมักเป็นทั้งด้านซ้าย
และขวาของร่างกายอย่างสมมาตรกัน ในบางคนอาจพบรอยดำได้บริเวณหัวนม
รักแร้ ขาหนีบ ฝ้าไม่ก่อให้เกิดอาการอื่น ๆ นอกเหนือจากการเปลี่ยนสีผิวใด ๆ
แต่อาจทำให้ไม่มีความมั่นใจกังวลกับใบหน้า

 

ฝ้ามี 3 ประเภท

1.Epidermal  
ที่เกิดขึ้นในชั้นบนของผิวหนังชั้นหนังกำพร้า ฝ้าตื้น ฝ้าแบบตื้นจะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า
มักมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลขอบชัด เกิดได้ง่าย และสามารถรักษาให้หายได้เร็ว ฝ้าชนิดนี้ยังรักษาโดยการใช้ยาทาฝ้าอ่อนๆ
และยากันแดด ก็สามารถลบเลือนให้หายได้
2.Dermis 
ฝ้าแบบลึกจะมีความผิดปกติอยู่ในชั้นที่ลึกกว่าชนิดแรก โดยจะเกิดฝ้าในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า และจะเกิดความผิดปกติในระดับชั้นผิวหนังแท้ มีลักษณะเป็นสีม่วงๆ อมน้ำเงิน ขอบเขตไม่ชัด รักษาได้ยากกว่า ฝ้าชนิดตื้น และไม่ค่อยหายขาด การใช้ยาทาฝ้าอ่อนๆ และยากันแดด เพียงแต่ช่วยให้ดีขึ้นเท่านั้น
3.ชนิดผสม  ทั้งแบบฝ้าตื้นและฝ้าลึก


ฝ้า กระ เกิดจากอะไร? ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดฝ้า
ฝ้าเป็นโรคผิวหนังที่เป็นกันมาก แม้ว่าจะสามารถส่งผลกระทบต่อทุกคน

1.แสงแดดเชื่อว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด แสงอัลตราไวโอเลตทั้งยูวีเอ และรวมทั้งแสง visible light
เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดฝ้า หรือทำให้ฝ้าเป็นมากขึ้นได้ทั้งสิ้น คนส่วนใหญ่ที่มีฝ้า
มักมีประวัติพบเจอแสงแดดอย่างสม่ำเสมอแทบทุกวัน   เกิน 90% ของผู้ที่เป็นฝ้าเป็นผู้หญิง 
โดยเฉพาะในภูมิอากาศเขตร้อน การป้องกันรักษาที่ดีที่สุดคือ
ป้องกันแสงแดดและการหลีกเลี่ยงแสงแดด ปกติการรักษาต้องใช้ครีมกันแดด 
ควบคู่ด้วยเสมอจะใช้แต่ครีมปรับลดการทำงานของเม็ดสีผิวเพียงอย่างเดียวไม่ได้

2.ฮอร์โมน ด้วยอิทธิพลของฮอร์โมน จะทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีทำงานผิดปกติ
เป็นฝ้ามักจะเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเอสโตรเจนฮอร์โมนเพศหญิงและ progesterone 
มันเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งพบได้บ่อยในหญิงตั้งครรภ์และหญิงที่ต้องทานยาคุมกำเนิด (ยาคุมกำเนิด)
และหญิงรับฮอร์โมนทดแทน (HRT) ในช่วงวัยหมดประจำเดือน

3.ผู้ที่รับประทานยากันชักบางชนิด มักเกิดผื่นดำคล้ายรอยฝ้าที่บริเวณใบหน้า

4.การแพ้ส่วนผสมในเครื่องสำอางอาจทำให้เกิดรอยดำแบบฝ้าได้  

5.พันธุกรรม เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากมีรายงานว่าเป็นในครอบครัวได้ถึงร้อยละ 30-50 


หลักการเลือกครีมทาฝ้ากระ เพื่อ ลดฝ้า รักษาฝ้า อย่างเห็นผล
 

หลักการเลือกครีมทาฝ้ากระเพื่อลดฝ้า รักษาฝ้าอย่างเห็นผลกำจัดรอยดำคล้ำผิวหมองไม่สดใส และควบคุมฝ้าไม่ให้ย้อนกลับเร็ว สมบูรณ์ชุดรักษาฝ้าต้องมีครบ5 กระบวนการ  ซึ่งข้อที่5 นั้นจะเป็นตัวที่ทำงานเสริมให้ฝ้าที่แสดงบนผิวดูจางลง
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเหมาะกับทุกคน ทุกผิว หากใครเป็นฝ้าลึก ข้อ 1-4 ต้องเน้นมากเป็นพิเศษ 

1. ลดการกระตุ้นจากปัจจัยภายนอก เลี่ยง Sunscreen เช่น การทาครีมกันแดด
2. ลดการส่งสัญญาณระหว่างเซลล์ผิว (Keratinocyte) ไปยังเซลล์ผลิตเม็ดสี (Melanocyte)
3. ขัดขวางกระบวนการ Melanogenesis / ขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase 
4. ขัดขวางการส่งถุง Melanosome ไปยังเซลล์ผิว / ขัดขวางการเจริญเติบโตของถุง Melanosome
5. เร่งการผลัดเซลล์ผิว 

หาครีมทาฝ้ากระ,ครีมทาฝ้า,ครีมรักษาฝ้า ที่ใช้หลักการทำงานในข้อ 2-3-4 ซึ่งจะพบเจอในประกอบของไวท์เทนนิ่ง  แต่ใช้ว่าไวท์เทนนิ่งทุกยี่ห้อจะมีครบทุกคุณสมบัติ ส่วนมากมักมีแต่ข้อ3 คือ ขัดขวางกระบวนการ Melanogenesis และ ขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase และผสมสารเร่งการผลัดผิวเข้ามา เพื่อลดต้นทุนในการผลิต ยิ่งใช้สารที่ซับซ้อน กลไกการทำงานมากขึ้นสารมากชนิดขึ้นก็แพงขึ้นตามลำดับ 




การรักษาฝ้ากระ หายไหม?
ฝ้า กระป้องกันได้ หายได้แต่ไม่หายขาด คือมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นฝ้า ดังนั้น ควรทาครีมรักษาฝ้า-ครีมทาฝ้าที่มี เพื่อลดเม้ดสีผิวส่วนเกินไปตลอด แต่อาจไม่มากหรือเต็มทีเหมือนครั้งแรกเริ่มการรักษา เพื่อลดการกลับมาของฝ้าในอนาคต ฝ้ากระที่เข้มเมื่อทาครีมรักษาฝ้า กระไปนานๆๆ ฝ้าจะลดลงไปเอง ฝ้าอาจจางลงจนสามารถปกปิดด้วยเมคอัพต่างๆสามารถกลับคืนมาเข้มขึ้นได้อีกขึ้นอยู่กับการปฎิบัติตัวและการหลีกเลี่ยงป้องกัน การกลับเป็นซ้ำตามสาเหตุของแต่ละคน(ดูได้จากสาเหตุของการเกิดฝ้า)
 
 
เลือกครีมทาฝ้า ครีมรักษาฝ้า    ลองมองหาส่วนประกอบเหล่านี้ในครีมหน้าขาว ครีมทาฝ้า ที่คุณใช้อยู่ เพื่อความเห็นผลในการรักษาฝ้า ฝ้าจะดูจางลงหน้าขาวใสขึ้นแน่นอน Whitening agents  คือ  สารออกฤทธิ์สำคัญในตำรับเครื่องสำอาง สารกลุ่มที่ทำให้ผิวขาวขึ้น(Whitening agents) สามารถจำแนกตามกลไกการทำงานได้ดังนี้
 

1.รบกวนการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase หรือ Melanosomeในขบวนการสร้างเม็ดสีผิว    แบ่งย่อยๆ ได้เป็น
1.1 Hydroquinone เดิมใช้ผสมในครีมรักษาฝ้า เพื่อลดและลบรอยดำจากฝ้า ปัจจุบันห้าม ผสมในเครื่องสำอาง
1.2 Vitamin C 
1.3 Kojic Acid 
1.4 Arbutin ส่วนประกอบคล้ายๆ ไฮโดรคลิโนน แต่ไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์เมลาโนไซต์ อัลบูติน ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีของ Tyrosinase ทำให้ผิวขาวขึ้น
1.5 Licorice ได้จากการสกัดต้นชะเอมมีฤทธิ์ในการช่วยให้หน้าขาวโดยการยับยั้งการทำงานของ Tyrosinase โดยตัว Licorice PT40 มีความคงตัวมากกว่า Licorice ปกติทำให้ผลิตภัณฑ์มีความคงตัวมากกว่าปกติ
1.6 สารสกัดทางธรรมชาติ อาทิ Green Tea Extract, Compositae(สารสกัดจาก matricaria), สารสกัดจากปอสา(paper mulberry), สารสกัดจากแอปเปิ้ล(Applephenon extracts), Ellagic acid(กำลังอยู่ในห้องทดลองจะออกมาเผยโฉมเร็วๆนี้), polyglutanmate, tanaka extracts, สารสกัดจากเปลือกมะหาด(Mahad), สารสกัดจากบอระเพ็ด, สารสกัดจากสาเก, สารสกัดจาก สมุนไพรอื่นๆ, สารสกัดจากเปลือกสนมาริไทม์(Pynocare), Mulberry extract เป็นสารสกัดจากต้นใบหม่อนที่มีส่วน Arbutin ที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งการสร้างเม็ดสีของ Tyrosinase ทำให้ผิวขาวขึ้น

2. ยับยั้งการสร้างเอนไซม์ Tyrosinases 
ได้แก่สารพวก Lactic acid, รกแกะ(Placenta Extracts), Azelaic acid, Lactate
3.ยับยั้งการพัฒนา(Maturation) ของเอนไซม์ Tyrosinases 
ได้แก่สารพวก Glutathione or Cysteine (ซึ่งพบในน้ำผึ้งทำให้การเอาน้ำผึ้งทาผิวหน้าหรือรับประทานน้ำผึ้งเป็นประจำจึงทำให้สีผิวนวลผุดผ่องได้),Calcium D pantethine S sulphate
4.กลุ่มที่ออกฤทธิ์เพิ่มการสลายตัวของเอนไซม์ Tyrosinases
ได้แก่สารพวก Alpha linoleic acid
5.กลุ่มที่ออกฤทธิ์การทำงานของเอนไซม์ D.tautomerase ,Dpolymerase ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสารต้นแบบของเม็ดสี Pheomelanin ได้แก่สารกลุ่ม Albutin,Alpha-tocophernyl ferulate (วิตามินE), Kogic acid, Licorice extracts
 บทความนี้เขียนไว้นานแล้ว ปัจจุบันมีสารสกัดออกมาใหม่ และแนวทางรักษาฝ้าที่มากขึ้น ชัดเจนขึ้น  การแบ่งไวท์เทนนิ่งไม่ได้มีแค่5 ข้ออีกต่อไป แยกลงไปอีกหลายข้อมาก พอมาย้อนมองอ่านบทความเก่าที่เคยเขียน ทำให้เข้าใจสัจธรรมของโลกเลยว่า ความรู้ใดๆมันไม่เที่ยงจริงๆ มันจริงแต่ก็จริงเพียงแค่ตอนนั้น อนาคตอาจไม่จริงอีกถ้าคิดค้นต่อไป แต่ความเป็นจริงที่พระพุทธเจ้าสอนนั้น จะผ่านมากี่พันปี ก็ตรงแท้ไม่เคยผิดจากคำสอน 555  แอดมินว่า แก่มาถ้าแอดอยู่ถึงนะ สงสัยคงไปอยู่วัดสักครึ่งเดือน ทำงานสักครึ่งเดือนแน่ๆ
เราจะแยกเขียนรายละเอียดให้ในอีกบทความ 

 signs of aging มันมีอะไรบ้าง
1. ริ้วรอย
2. รูขุมขนขยายใหญ่ขึ้น
3. รูขุมขนอุดตัน และ ผิวเป็นตุ่มนูน ไม่เรียบ
4. ผิวไม่มีน้ำมีนวล ไม่สดใส 
5. จุดด่างดำ กระ ฝ้า
6. รอยเส้นเลือดที่ชัดเจนขึ้น
7. ผิวหย่อนยาน
8. ผิวบางและแห้ง

ทำไม เราถึงต้องทาครีมเสียแต่อายุยังน้อย / ทำไมต้องทาครีมลดริ้วรอยแอนตี้เองเมื่ออายุแค่20กว่า ทำไมมีฝ้าทั้งที่เมื่อก่อนไม่มีและไม่เจอแดด /
ทำไมฝ้าไม่หายขาด / ทำไมรูขุมขนกว้างเมื่อก่อนไม่เป็น / ทำไมผิวดูบางและแพ้ง่ายกว่าเดิม /
ทำไมต้องทาครีมฝ้าไปตลอดหยุดไม่ได้ @ ฝ้าหายจากใบหน้าได้ แต่ไม่หายขาด กลับมาได้ทุกเวลา เพราะเหตุผลด้านบนนี้เอง

เห็นได้ว่าสารไวเทนนิ่งในปัจจุบัน มีมากมายหลากหลาย และก็มีตัวใหม่ๆ จะออกมาอีกมาก แต่ส่วนใหญ่ก็มีการออกฤทธิ์ในขบวนการดังกล่าว
บางผลิตภัณฑ์ก็จะผสมสารไวเทนนิ่งหลายๆตัว และเลือกที่ออกฤทธิ์ในตำแหน่งที่แตกต่างกันเพื่อเสริมฤทธิ์กันตัวที่นิยมนำมาใช้มากเช่น

คราวนี้ลองแบ่งเป็นกลุ่มหลักดูเพื่อให้ง่ายต่อการจำ

กระบวนการเกิดสีผิวและขั้นตอนการทำหน้าขาวใส
โดยปกติการเกิดสีผิวตามธรรมชาติเกิดจากกลุ่มเซลล์ที่ชื่อว่า เมลาโนไซม์(melanocytes) ซึ่งอยู่ชั้นล่างของชั้นผิวหนังกำพร้า
(epidermal layer)ซึ่งทำหน้าที่สร้างเม็ดสีเมลานิน(melanin)เมลาโนไซม์(melanocytes) ซึ่งทำหน้าที่สร้างและหลั่ง
melanosomes  ภายในจะมีเอนไซม์ tyrosine ซึ่งเป็นสารประกอบamine ที่มีอยู่ในผิวหนัง
ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งเกิดเป็นเม็ดสีเมลานินขึ้นกลไกการออกฤิทธิ์ของสารทำให้ผิวขาว

ดังที่ทราบกันดีแล้วว่า สาเหตุการเกิดฝ้าเกิดจากปริมาณเมลานินไม่เท่ากันในแต่ละบริเวณของผิวหนัง 
ดังนั้นการทำให้สีผิวจางลง(skin lightening) หรือขาวขึ้นจึงสามารถทำได้โดยรบกวนขั้นตอนต่างๆ
ในขบวนการสร้างเมลานิน โดยทั่วไปกลไกการออกฤิทธิ์ทำให้ผิวขาวขึ้นแบ่งได้2กลุ่มใหญ่ดังนี้

 1.กลุ่มที่ยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีเนส (tyrosinase inhibiter)  สารกลุ่มนี้สามารถยับยั้งการสร้างเมลานินโดยการยับยั้งเอนไซม์ไทโรซีเนส เช่น

Arbutin สารสกัดจากBarbeery plant นิยมใช้มากในเอเซีย vitamin C(L-ascorbyl acid)และอนุพันธ์
Licorice สกัดจากชะเอม สารสำคัญที่ออกฤิทธ์คือ flavonidและtrierpenoid Mulberry สกัดจากใบหม่อนสารสำคัญที่ออกฤิทธ์คือ flavonidและtrierpenoid
Melanostat เป็นเปปไทด์ที่สังเคราห์ขึ้นเป็นสาร
สำคัญที่ทำให้ผิวขาวขึ้นตัวใหม่ที่มีฤิทธิ์ยับยั้งการทำงาน
ของเอนไซม์ไทโรซิเนสและยับยั้งที่เซลล์เมลานินโดยตรง
ตรงKojic ได้จากกระบวนการเมทาโบลึซึมของรา

 

 2.กลุ่มที่ทำให้เซลล์ผิวหนังชั้นนอกสุดหลุดออกมา(exfoliation)ได้แก่ 

AHA  Alpha hydroxy acid
BHA  เช่นsalicylic
Retinol(vitamin A)

 

เทคนิคทำหน้าใส  และข้อควรระวัง
ไม่ควรใช้ครีมหน้าขาวผสมรวมกับครีมที่ผลัดผิวแรงๆบ่อย
เพราะ เราจะไม่ทราบได้เลยว่าครีมหน้าขาวที่เราใช้อยู่  มีปริมาณการผลัดผิวที่มากเกินกว่าใบหน้าเราจะรับได้ไหม แม้ว่าในทางทฤษฎี
จะไม่เกิดผลใดๆ(หากไม่ใส่มากเกิน)แต่ แพทย์ผิวหนังบางกลุ่ม ร่วมทั้งจากที่เราเองเคยสัมผัสคนไข้มามากกว่า10ปี     
พบว่าการที่กระตุ้นเร่งขบวนการผลัดผิว บ่อยเกิน โดยที่ผิวที่ใหม่ยังไม่แข็งแรงพออาจส่งผลให้สภาพผิวไวต่อสิ่งแวดล้อม
พูดง่ายๆก็คือกลายเป็นคนผิวแพ้ง่ายไปเลย เจออะไรก้แพ้ความต้านทานของผิวหนังต่ำ

 

 




สิว

สิว เรื่อง สิว สิว ที่ใครก็ไม่อยากเป็น สิวคืออะไร เริ่มจากรูขุมขน ... ในรูนี้จะมีต่อมไขมันหลายต่อมด้วยกัน .
คุมกำเนิดสิว ทำแท้งสิวอุดตัน สิวหายขาด
รูขุมขนกว้าง
รักษาสิวให้หายขาด
ลดรอยแดงบวมจากสิว
รอยดำสิวและจุดด่างดำ
สารสกัดรักษาสิว
การ POPPINGกดสิว



Copyright 2010 All Rights Reserved.
drcosmeticlab